วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำไมต้องทำ SEO

ทำไมต้องทำ SEO ? 

SEO เป็นเหมือนช่องทางหนึ่งสำหรับการทำธุรกิจ ยิ่งธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้าหรือบริการ ยิ่งสินค้าและบริการนั้น ได้ผ่านสายตา ผู้เยี่ยมชมมากเท่าไหร่ โอกาศที่จะได้รับผลตอบแทนจากการขายสินค้หรือบริการก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ในมุมมองของนักทำ SEO การที่จะมีเว็บไซต์ที่สวยหรู่ แต่ถ้าหากเว็บไซต์ไม่ได้รับความนิยม หรือไม่ติดหน้าแรก ๆ ของ Search Engine อันเนื่องจากขาดความเข้าหลักการ SEO ที่ถูกต้อง หรือไม่ได้ทำ SEO เลย ก็อาจจะส่งผลให้ธุรกิจนั้น ๆ ไม่สามารถยืนหยัดและอยู่ได้ เพราะไม่มีคนรู้จัก Search ไปก็ไม่เจอ หรืออยู่อันดับท้าย ๆ ซึ่งถูกมองข้ามจากผู้คน ส่งผลยอดขายหรือผู้ใช้บริการน้อย ธุรกิจมีรายได้น้อยก็เจ้งในที่สุด เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า การเขียนโปรแกรมหรือทำเว็บไซต์ สวยงามหรู่เพียงใด แต่ถ้าหากขาดการเข้าใจหลักการของ SEO หรือ Internet Maketing ที่ถูกต้อง เว็บไซต์นั้น ๆ ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ อันเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอื่น ๆ ที่สามารถทำ SEO แล้วเว็บไซต์อยู่ในดำดับต้น ๆ ได้ 
สำหรับการพื้นฐานการทำ SEO ที่ถูกต้อง ผมจะขอธิบายตามความเข้าใจและความรู้ของผมเอง ไม่ได้ไปเรียนรู้มาจากไหน แต่อาศัยประสบการณ์ รวมทั้งการอ่านและศึกษาจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ขอแยกรายละเอียดตามหัวข้อย่อย ๆ เพื่อความเข้าใจ (และถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ) 

SEO กับ แนวทางการเขียนโปรแกรม 

1. Domain ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง 
การเลือกชื่อโดเมนที่สอดคล้องกับเว็บไซต์ โดยให้มี Keyword อยู่ในโดเมนด้วย เช่น ทำเว็บเกี่ยวกับจัดทัวร์ไป Hongkong ก็อาจจะใช้ TourHongkong.com ซึ่งมี keyword ว่า Hongkong และ Keyword ที่สอดคล้อง เช่น Tour และชื่อโดเมนไม่ควรยาว จนถุกต้องว่า Spam ชื่อโดเมน เช่น ThailandPackageTourTravelHongkong.com (แบบนี้ก็ยาวเกินไป จนเกินความจำเป็น) 

2. Title นั้นสำคัญไม่แพ้ใคร 
หลาย ๆ ครั้งจะเห็นว่าบางเว็บไซต์ใช้ Title ของเว็บไซต์ที่ซ้ำ ๆ กันหรือเหมือนกันทั้งเว็บ ซึ่งอันนี้เป็นข้อเสียอย่างมากที่สุดอย่างหนึ่งของการทำเว็บไซต์ที่คำนำถึงหลัก SEO เลยก็ว่าได้ ฉะนั้น Title ที่ดีควรจะสอดคล้องกับเนื้อหา และมี Keyboard อยู่ในองค์ประกอบด้วย 

3. Tags Description ของ meta name="description" 
Meta Description เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งของการทำ Search Engine เหมือนกัน คือจะเป็นการอธิบายให้กับทาง Search Engine ได้ทราบรายละเอียดสั้น ๆ เกี่ยวกับบทความ ควมทั้งจะแสดงข้อความสั้น ๆ ในหน้าค้นหาด้วย 
อันนี้ก็ควรใส่ให้พอดี ไม่ควรใช้คำซ้ำ ๆ เพราะไม่มีประโยชน์ และอาจจะถุกมองว่าเป็น Spam เช่นเดียวกัน 

4. Tags Keyword ของ meta name="keyword" 
บางเว็บไซต์ใส่ Keyword เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันผมคิดว่า ไม่มีประโยชน์และไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะ Search Engine ไม่ให้ความสนใจ และถ้าใส่อาจเยอะก็อาจจะถูกมองว่าเป็น Spam เช่นเดียวกัน 

5. URL บ่งบอกวัตถุประสงค์ 
URL นี้ก็สำคัญพอ ๆ กับ Title และ Domain เพราะ URL นั้นเมื่อ bot มาเก็บเนื้อหา bot สามารถอ่านและแปลความหมายของ URL ได้เช่นเดียวกัน พวก URL ที่เป็นค่า $_GET หรือ QueryString ทั้งหลายไม่ควรใช้ เช่น 
อันนี้ไม่ควรใช้ แต่ควรใช้ URL แบบ mod_rewrite ด้วย Keyword (สามารถค้นหาวิธีการใช้ mod_rewrite ได้จากข้างบนขวามือ) และการใช้ URL ควรมีความสัมพันธ์กับ Title เช่นเดียวกัน เช่น 

Mod Rewrite (mod_rewrite) ด้วย Apache สร้าง URL Friendly รองรับ SEO ด้วย (.htaccess) 

6. เน้นคำและ Keyword ด้วย <strong> นั้นก็มีประโยชน์ 
สำหรับตัวนี้จะใช้เน้น Keyword ในบทความ เพื่อให้ความสำคัญกับบทความนี้ว่าเกียวข้องกับอะไร และก็เช่นเดียวกัน ไม่ควรใช้เยอะจนเกินไป 

7. การเรียบเรียงองค์ประกอบของบทความให้สมบูรณ์ ให้อ่านง่าย และน่าสนใจ 
ตัวนี้เป็นจุดสำคัญอย่างมากในการเขียนบทความ ซึ่งผมเองก็ไม่กล้าฟันธงว่าแบบไหนคือการเขียนบทความที่ดี แต่พื้นฐานที่เราสามารถเข้าใจได้ง่ายคือ บทความที่ดีควรมี Title ชื่อเรื่องที่ดี น่าสนใจ การมีคำนำ ที่น่าสนใจ ภาพประกอบ และสรุปรายละเอียดของบทความ รวมทั้งอาจจะมีข้อแนะนำหรือข้อเสนอแนะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป้นการสร้างความประทับใจให้กับผู้เยี่ยมชม ในการที่จะติดตาม หรือกลับมาอ่านบทความอื่น ๆ ของเว็บไซต์ได้ 

8. Related Link หรือลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง 
เมื่อเขียนบทบทความเสร็จ ถ้ามีบทความที่เกี่ยวข้อง ควรใส่เป็น Related Link เพื่อผู้อ่านอาจจะสนใจติดตามไปยังบทความนั้น ๆ และยังมีผลดีต่อ SEO ด้วย เพราะ bot จะไต่ไปตามลิ้งค์เหล่านั้นด้วย และการเพิ่ม Related Link ไม่ควรมีมากจนเกินไป (2-5 กำลังพอดี) และควร Related Link หาเว็บตัวเอง ไม่ควร Related Link ออกไปลิ้งค์ภายนอก หรือมีควรใช้ attribute ว่า rel="nofollow" เช่น 

<a href="http://www.hongkongdisneyland.com" rel="nofollow">Hong Kong Disneyland Web Site 

ตัวอย่างการ Related Link ไปเว็บภายนอกควรใส่ rel="nofollow" เข้าไปด้วย 

9. อย่าให้ลิ้งค์ออกมากเกินไป 
ตามที่ได้บอกไว้ในข้อก่อนนี้ ในหน้าของบทความนั้น ๆ ไม่ควรมีลิ้งค์ออกมากจนเกินไป และถ้าเป็นเว็บภายนอกก็ให้ใช้ rel="nofollow" 

10. การได้ Backlink ที่เกี่ยวข้อง 
สำหรับ Backlink นี่คือปัจจัยหลักที่จะทำให้เว็บไซต์อันดับดี ซึ่งจะสอดคล้องกับ บทความที่ดี เพราะถ้าบทความดี เมื่อผู้เยี่ยมชมเกิดความประทับใจ ก็จะทำการลิ้งค์กลับมายังเนื้อหานั้น ๆ ทำให้ได้ Backlink ที่เป็นธรรมชาติ ช่วยให้ SEO ของหน้านั้น ๆ สูงไปด้วย แต่ถ้าต้องการได้ Backlink อันรวดเร็วหรือจากเว็บที่มี PR สูงก็สามารถทำการฝากลิ้งค์หรือซื้อลิ้งค์กับเว็บไซต์อื่น ๆ แต่เว็บไซต์นั้นควรจะเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา และไม่ควรทำ Backlink จนเยอะเกินไป เพราะอาจจะถูกมองว่าเป็น Spam ลิ้งค์เช่นเดียวกัน 

11. การใช้ Tags เพื่อระบุความสำคัญของเนื้อหา 
- <h1> สำหรับหัวเรื่องหลัก 
- <h2> สำหรับหัวเรื่องรอง 
- แอตทริบิวต์ ALT สำหรับรูปภาพ เช่น <img src="images.gif" alt="Hongkong"> บ่งบอกว่ารูปภาพนี้คืออะไร 

12. Content and Fresh Content is King 
การสร้างบทความที่มีคุณภาพไม่ซ้ำใคร และสร้าง Content ใหม่ ๆ ล้ำหน้าผู้อื่นเสมอ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เว็บไซต์เป็นสิ่งที่น่าสนใจทั้งของผู้เยี่ยมชมและ Search Engine 
Fresh Conntent คือ Content สดใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร เช่น ค่ายรถยนต์รุ่นใหม่ เราอาจจะเขียนบทความ Review เป็นคนแรก ๆ หรือโปรแกรมออกเวอร์ชั่นใหม่ รวมทั้งกิจกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะถ้าหากเขียนเป็นคนแรก ๆ โอกาสที่บทความจะติดในอันดับต้น ๆ นั้นสูงเลยทีเดียว 

13. Social Network ช่วยกระจ่ายบทความ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บ 
สร้าง Fanpage ปุ่ม Like , Share สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยกระจายเนื้อหาและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ หรือเป็นช่องทางสำหรับโปรโมทสินค้าหรือบริการได้ดีเลยทีเดียว 

14. สร้าง Comnunity ให้มีขนาดใหญ่ ช่วยให้เว็บมีขนาดใหญ่ขึ้น 
สร้าง Comnunity จะช่วยให้เว็บไซต์มีการแลกเปลี่ยนระหว่างเว็บไซต์กับสมาชิก เช่นสร้างระบบเว็บบอร์ด ซึ่งสมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนคงามคิดเห็น ประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเป็นการเพิ่ม Content เนื้อหาในเว็บไซต์ได้ดีเลยทีเดียว เพราะ Keyword และกระทู้ ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นภายในเว็บไซต์อย่างมากมาย เกิดเป็น Comnunity ขนาดใหญ่ แหล่งข้อมูล ที่ช่วยให้เว็บประสบความสำเร็จได้อย่างดี 

15. สร้างมุมมองที่แตกต่าง 
สร้างมุมมองที่แตกต่างความคิดสร้างสรร จะเป็นจุดเด่นที่ให้เว็บเราต่างกับคนอื่น อันนี้ผมไม่มีแนวทาง (เพราะตัวเองก็ยังทำไม่สำเร็จ) 

16. Webmaster Tools ของ Google (บริการนี้ฟรี) 
ใช้บริการ Webmaster Tools ของ Google ช่วยในการจัดการเว็บไซต์ผ่าน Google Search Engine เช่น bot , sitemap และคำแนะนำอื่น ๆ จาก Google 

17. Google Analytics ของ Google (บริการนี้ฟรี) 
เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และวิจัยผู้พฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม ตัวนี้มีประโยชน์มาก เพราะจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรังเว็บไซต์ 

18. สุดท้ายความพยายามเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ 
ข้อสุดท้ายคำว่า "ความพยามยามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" สุภาษิตนี้ยังใช้ได้เสมอ และเมื่อเว็บอะไรก็ตามที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เราก็สามารถหารายได้จากเว็บไซต์นั้น ๆ หรือสิ่งที่ได้กลับมาคือความสุขและความภาคภูมิใจ ที่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ

ดูรายละเอียด http://www.bankun.in

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น